รวมบทความในคอลัมน์ "ตำราโยคะดั้งเดิม"
จัดเรียงบทความตามรายฉบับล่าสุดค่ะ
| วิธีฝึกเปล่งเสียง "โอม" ตามตำราโยคะสูตร(๑/๓) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ (ครูโต้) และ จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี (ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ |
|
|
|
ตอนที่แล้วพูดถึงที่มาแห่งสัญลักษณ์ของเสียงหรืออักษร "โอม" (ॐ Om) และคัมภีร์โบราณทางศาสนาที่สำคัญก็มีแนวคิดว่าเสียงโอมเป็นการปรากฏตัวของพระเป็นเจ้า รวมทั้งยังเป็นวิถีที่จะสื่อสารและเข้าถึงพระเป็นเจ้าโดยตรงอีกด้วย (มีต่อ) |
| วิธีฝึกเปล่งเสียง "โอม" ตามตำราโยคะสูตร(๒/๓) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ (ครูโต้) และ จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี (ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม |
|
|
คำว่า ภาวนัม หรือ ภาวนา มาจากคำกริยาที่มีรากศัพท์ว่า ภู หมายถึง กลายเป็น คำว่าภาวนาจึงหมายถึงการกลายเป็นโดยจิต หรือการเปลี่ยนแปลงทางจิต ดังนั้นคำว่า "ตทรรถภาวนัม" จึงหมายถึง พยายามเปลี่ยนไปสู่ประณวะหรือเสียงโอม กล่าวคือ ให้จิตเปลี่ยนไปสู่เสียงโอม หรือให้จิตเป็นหนึ่งเดียวกันกับเสียงโอม หรือให้จิตมีรูปเดียวกันกับเสียงโอม คำว่า ภาวนัม หรือ ภาวนา (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| วิธีฝึกเปล่งเสียง "โอม" ตามตำราโยคะสูตร(๓/๓) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ (ครูโต้) และ จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี (ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ |
|
|
การสวดเสียงโอมไม่ทำให้จิตใจไขว้เขวได้ง่ายซึ่งต่างจากการสวดมันตระอื่นที่ผู้ฝึกอาจจะไขว้เขวไปกับความหมายและเสียงของมันตระเหล่านั้น กล่าวได้ว่าการสวดเสียงโอมจะช่วยให้จิตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงโอมและช่วยให้เกิดความตั้งมั่นของจิตจนเข้าสู่ภาวะของสมาธิได้ง่าย |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| เข้าใจ "อีศวร" ในแง่มุมต่างๆ ตามแนวคิดของปตัญชลี (๑/๕) วีระพงษ์ ไกรวิทย์(ครูโต้)และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี(ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ตุลาคม ๒๕๕๒ |
|
|
ในบทที่ ๑ ประโยคที่ ๒๔ ของโยคะสูตรได้กล่าวว่า "กเลศะ-กรรมวิปากาศไยรปรามฤษฏะห์ ปุรุษะ-วิเศษะ อีศวระห์" แปลว่า อีศวรเป็นปุรุษะพิเศษซึ่งไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นจากกิเลส รวมถึงกรรมทั้งหลาย การสุกงอมของกรรม และแหล่งสะสมกรรม (ซึ่งต่างจากปุรุษะที่อยู่ในมนุษย์ทั่วไป) (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| เข้าใจ "อีศวร" ในแง่มุมต่างๆ ตามแนวคิดของปตัญชลี (๒/๕) วีระพงษ์ ไกรวิทย์(ครูโต้)และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี(ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ตุลาคม ๒๕๕๒ |
|
|
"ตตระ นิรติศยัม สรรวชญพีชัม" (๑ : ๒๕) แปลว่า อีศวรเป็นแหล่งของความรอบรู้สรรพสิ่งที่ไม่มีอะไรเหนือไปกว่านี้ได้ เชื่อกันว่าบุคคลหนึ่งนั้นไม่สามารถรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์ กล่าวคือไม่สามารถรู้สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทุกๆ ขณะ ทุกเวลาในสรรพสิ่งทั้งหมดได้ แต่บุคคลนั้นได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้รอบรู้สรรพสิ่งก็เพราะเขามีศักยภาพที่จะรู้เหตุการณ์หรือปรากฏการณ์เฉพาะได้ถ้าเข้าปรารถนาเช่นนั้น ประโยคนี้จึงกล่าวสรุปได้ว่า แหล่งที่มาของความรอบรู้สรรพสิ่งก็คืออีศวร อีศวรมีศักยภาพที่จะรอบรู้สรรพสิ่ง จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ว่าความรู้ทั้งหมดนั้นที่สุดแล้วเริ่มต้นอยู่ในอีศวร (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| เข้าใจ "อีศวร" ในแง่มุมต่างๆ ตามแนวคิดของปตัญชลี (๓/๕) วีระพงษ์ ไกรวิทย์(ครูโต้)และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี(ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ตุลาคม ๒๕๕๒ |
|
|
"ตัสยะ วาจกะห์ ประณวะห์" (๑ : ๒๗) แปลว่า อีศวรนี้แสดงออกมาในรูปของเสียงและอักษร ซึ่งเสียงนี้คือสัญลักษณ์อักษร "โอม"[1] (ૐ ॐOm) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| เข้าใจ "อีศวร" ในแง่มุมต่างๆ ตามแนวคิดของปตัญชลี (๔/๕) วีระพงษ์ ไกรวิทย์(ครูโต้)และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี(ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ตุลาคม ๒๕๕๒ |
|
|
มีการกล่าวว่า "โอม" ประกอบด้วยเสียงหรืออักษรพื้นฐาน ๓ อย่าง ได้แก่ อะ อุ มะ ตัวแรกของทั้ง ๓ คือ "อะ" เป็นอักษรตัวแรกของตัวอักษรเทวนาครี ทั้งของภาษาสันสกฤตและส่วนใหญ่ของภาษาอินเดียทั้งหลาย อักษรตัวแรกของภาษาอื่นๆ เกือบทุกภาษาก็เป็นตัวที่มีเสียงแทนด้วยอักษร "อะ" เช่น อัลฟ่าของกรีก อเล็พห์ของฟินีเชียและฮีบรู อลิฟของภาษาตะวันออกกลางทั้งหลาย และ"เอ"ของภาษายุโรปส่วนใหญ่ทั้งหลาย นี่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติ หากเราพยายามสร้างเสียงจากคอหอยโดยปราศจากการใช้แรงมากหรือทำให้ช่องปากบิดเบี้ยวไป จะได้รูปแบบที่ชัดเจนอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าแทนเป็นตัวอักษร จากนั้นเสียงที่เป็นไปได้ต่างๆที่เกิดขึ้นก็จะเป็นเสียงที่มาจากตัวอักษร "อะ" (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| เข้าใจ "อีศวร" ในแง่มุมต่างๆ ตามแนวคิดของปตัญชลี (๕/๕) วีระพงษ์ ไกรวิทย์(ครูโต้)และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี(ครูจิ) แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ตุลาคม ๒๕๕๒ |
|
|
เสียงหรืออักษร โอม (AUM) เป็น ไตรมาตรกะ คือ ประกอบด้วยสามมาตระหรือหน่วยของเวลาของเสียง เสียงทั้งสามคือ อะ อุ มะ เสียง "อะ" และ "มะ" เป็นเสียงของอักษรตัวแรกและตัวสุดท้ายในภาษาสันสกฤตตามที่อธิบายไว้ข้างต้นแล้ว ส่วนเสียงที่อยู่ระหว่างอักษรสองตัวนั้นมีตัวอักษรมากมายในภาษาสันสกฤต แต่อักษรที่มีอยู่ทั้งหมดนั้นไม่สามารถสร้างเสียงและอักษรเดี่ยว เช่น โอม (AUM) ดังนั้นอักษร อุ จึงถูกใส่เข้าไประหว่าง อะ กับ มะ เพื่อเป็นตัวแทนของอักษรทั้งหมด คำถามก็คือว่า ทำไมต้องเป็น อุ อาจเป็นไปได้ว่า อุ เป็นอักษรแรกหลังจาก อะ ที่การออกเสียงของมันทำให้ปากถูกบังคับให้ผิดรูปไปอย่างชัดเจน ส่วนการออกเสียงของอักษรอื่นๆ เช่น อา อิ อี การผิดรูปของปากจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนมากนัก (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| การบรรลุเป้าหมายของโยคะด้วยอีศวรประณิธานะ(๑/๔) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ฉ.กันยายน ๒๕๕๒ |
|
|
โยคะสูตรบทที่ ๑ ประโยคที่ ๒๓ กล่าวว่า "อีศวรประณิธานาทวา" แปลว่า หรือ(เป้าหมายของโยคะสามารถบรรลุถึงได้)ด้วยการยอมจำนนอย่างสมบูรณ์ต่ออีศวร (isvara) (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| การบรรลุเป้าหมายของโยคะด้วยอีศวรประณิธานะ(๒/๔) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ฉ.กันยายน ๒๕๕๒ |
|
|
คำว่า "วา" แปลว่า "หรือ" ดังนั้นวิธีของอีศวรประณิธานะก็คือเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ คู่ขนานกัน และสมดุลกันอย่างดีสำหรับการบรรลุถึงเป้าหมายของโยคะในฐานะที่เป็นหนทางแห่งการดับการปรุงแต่งของจิต (จิตตะวฤตตินิโรธะ) ซึ่งได้เคยกล่าวไปแล้วในปตัญชลีโยคะสูตร (๑ : ๒) ดังนั้นผู้ฝึกโยคะสามารถใช้ทั้ง 2 วิธีนี้สลับกันหรือเป็นอิสระต่อกันก็ได้ เหตุผลที่สนับสนุนสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นก็คือ เส้นทางแห่งโยคะเปิดกว้างต่อผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เขาสามารถฝึกโยคะเพื่อเข้าถึงเป้าหมายคือไกวัลยะโดยอาศัยหลักของการดับการปรุงแต่งของจิต ซึ่งสามารถบรรลุถึงได้โดยผ่านการฝึกอัษฏางค์โยคะ (มรรค ๘ ของโยคะ) โดยปราศจากความจำเป็นที่จะต้องเชื่อในการมีอยู่จริงของพระเจ้าหรืออีศวร (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| การบรรลุเป้าหมายของโยคะด้วยอีศวรประณิธานะ(๓/๔) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ฉ.กันยายน ๒๕๕๒ |
|
|
ประณิธานะ หมายถึง การยอมจำนนอย่างสมบูรณ์ เมื่อทำได้อย่างสมบูรณ์บุคลิกภาพและความมีตัวมีตนของผู้นั้นจะสูญสลายไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่การยึดมั่นถือมั่นในตัวตนที่มีอยู่เดิมก็จะดับหายไปด้วย หนทางที่จะเข้าถึงอีศวรประณิธานะอย่างสมบูรณ์เช่นนั้นก็คือการบรรลุถึงขั้นสุดท้ายของโยคะหรือสภาวะไกวัลยะนั่นเอง ตราบใดที่ร่องรอยของ "ความเป็นตัวฉัน" ยังคงเหลืออยู่แสดงว่าการยอมจำนนนั้นยังไม่สมบูรณ์ในระดับที่มากพอ เราจึงเห็นได้ชัดว่าความสมบูรณ์ของอีศวรประณิธานะร้อยเปอร์เซ็นต์นี้เป็นสิ่งที่ยากมากที่จะฝึกปฏิบัติและเข้าถึงได้ (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
|
| การบรรลุเป้าหมายของโยคะด้วยอีศวรประณิธานะ(๔/๔) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ฉ.กันยายน ๒๕๕๒ |
|
![]() |
อีกประเด็นหนึ่งที่ควรกล่าวถึงคือ อีศวรประณิธานะที่พูดถึงนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมาก คนจึงมีภาพในทำนองที่ว่าเขาไม่ต้องทำสิ่งใดๆ เช่น ฝึกอัษฏางค์โยคะ เป็นต้น แต่ที่ได้กล่าวแล้วว่าสิ่งนี้เป็นเพียงแค่คำพูดที่ปรากฏเท่านั้น จริงๆ แล้วในทางปฏิบัติไม่ง่ายเลย ถ้าอีศวรประณิธานะเป็นสิ่งที่ง่าย ทุกคนก็คงเป็นอิสระหลุดพ้นได้อย่างง่ายดาย คงไม่มีใครที่ไม่หลุดพ้น อีศวรประณิธานะอันสมบูรณ์เทียบได้กับการขจัด "ความเป็นตัวฉัน" ให้หมดไปซึ่งจะเข้าถึงได้ก็ด้วยความเพียรอันยิ่งยวดที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนาน ช่วงเวลาอันยาวนานนี้ไม่ใช่แค่เป็นวัน เป็นเดือน หรือเป็นปี แต่อาจจะข้ามไปหลายช่วงชีวิตทีเดียว และความเพียรพยายามนี้ในความเป็นจริงแล้วจะต้องรวมถึงการปฏิบัติอภยาสะ[1]ของทุกๆ แขนงของโยคะ (อัษฏางค์โยคะ) (มีต่อ) |
|
ปัจจัยเกื้อหนุนโยคีให้บรรลุไกวัลย์ (๑/๒) |
|
|
|
ใจความในตอนที่แล้วกล่าวถึงการพัฒนาจิตสำนึกในโยคะว่าพัฒนาจากขั้นหยาบ ไปสู่ ขั้นที่ละเอียด โยคีผู้ฝึกจนเข้าสู่ภาวะการหยุดประสบการณ์หรือความพึงพอใจของจิต จะหลอมรวมเข้ากับประกฤติเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ และจะเกิดภาวะที่ก้าวพ้นไปจากร่างกายกล่าวคือความมีตัวตนจะหาย ไป............... |
|
ปัจจัย เกื้อหนุนโยคีให้บรรลุไกวัลย์ (๒/๒) |
|
|
|
ในตอนแรกเงื่อนไขจำเป็นพื้นฐานเหล่านี้อาจดูเหมือนว่าเป็นเรื่องของความ บังเอิญหรือโชค จึงอาจรู้สึกว่าการได้มาซึ่งศรัทธา วีรยะ หรือสมาธิ-ปรัชญา เป็นนิสัยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติสำหรับบางคน ในขณะที่คนอื่นๆ อาจไม่มีสิ่งเหล่านี้ แต่ผู้ฝึกโยคะควรจะยอมรับในใจอย่างชัดเจนแน่นอนว่า เงื่อนไขจำเป็นเหล่านี้สามารถที่จะฝึกฝนพัฒนาขึ้นมาได้ด้วยความ ตั้งใจ..................... |
|
การเดินทางสู่ภายในตามแนวทางของโยคะ - ๒.๑ - |
|
|
|
ตอนที่แล้วได้พูดถึงการเดินทางเข้าสู่ภายในของโยคะผ่านกระบวนการฝึกสมาธิ ด้วยการฝึกโยคะขั้นสูงที่เรียกว่าธารณา ธยานะ และสมาธิ ซึ่งการเดินทางเหล่านี้เป็นกระบวนการที่สามารถรู้และอธิบายรายละเอียดทั้ง หมดได้อย่างสมบูรณ์ โดยผ่านการตระหนักรู้ใน ๔ ส่วน คือ............. |
|
การเดินทางสู่ภายในตามแนวทางของโยคะ - ๒.๒ - |
|
|
|
ต่อมาในประโยคที่ ๑๙ กล่าวว่า “ภวะ-ปรัตยะโย วิเทหะ-ประกฤติ-ลยานาม” แปลว่า การเดินทางผ่านการฝึกโยคะของผู้ซึ่งพ้นไปจากร่างกาย และได้หลอมรวมเข้ากับประกฤตินำไปสู่ต้นกำเนิดของวิวัฒนาการแห่งโลก(การเกิด และชีวิตของสรรพสิ่ง)........ |
|
การเดินทางสู่ภายในตามแนวทางของโยคะ - ๑.๑ - |
|
|
|
ในบทที่ ๑ ประโยคที่ ๑๗ ของโยคะสูตรกล่าวไว้ว่า "วิตรกวิจารานันทาสมิตานุคมาต สัมประชญาตะห์" สามารถแปลได้ ๒ ความหมายคือ |
|
การเดินทางสู่ภายในตามแนวทางของโยคะ - ๑.๒ - |
|
|
|
ด้วยความที่วิตรรกะเป็นความคิดที่ไม่ดีทั้งหลาย ดังนั้นจึงไม่ถูกเลือกให้เป็นวัตถุที่ใช้สำหรับการฝึกธารณา ธยานะ และสมาธิ ความจริงแล้วในระดับของการพัฒนาโยคะขั้นสูงนั้น สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะไม่ถือว่าเป็นทั้งสิ่งดีหรือสิ่งไม่ดี แต่เป็นเพราะสัมสการะ (สังขาร) หรือกรรมาศยะ (กรรมอาศัย) ที่อยู่ในจิตใจของเราต่างหาก ซึ่งนำไปสู่สิ่งต่างๆ หรือปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ดีหรือไม่ดี บ่อยครั้งที่ผู้ฝึกปฏิบัติแม้จะเลือกวัตถุที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ สำหรับการฝึกสมาธิแล้วก็ตาม ก็ยังเกิดวิตรรกะหรือสิ่งที่ไม่ดีได้ จึงเป็นไปได้ว่าสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากวัตถุ แต่มาจากสิ่งไม่ดีที่มีอยู่ในจิตทั้งในอดีตและปัจจุบันต่างหาก............... |
|
ไวราคยะ : การบรรลุถึงการดับการปรุงแต่งของจิต (๑) |
|
|
ขอเท้าความในฉบับที่แล้วกันสักนิด ฉบับก่อนได้พูดถึงการบรรลุถึงการดับการปรุงแต่งของจิตซึ่งปตัญชลีแนะนำให้ทำ ๒ วิธีคือ อภยาสะและไวราคยะ (หรือการฝึกปฏิบัติและการถอดถอน/ละวาง) และได้อธิบายถึงอภยาสะโดยละเอียด สรุปก็คือ............... |
|
|
ไวราคยะ : การบรรลุถึงการดับการปรุงแต่งของจิต (๒) |
|
|
|
ในขั้นสุดท้ายของไวราคยะนี้เป็นขั้นที่โยคีมีความเชี่ยวชาญมากจนกระทั่ง เขา ไม่ได้รู้สึกเพลิดเพลินยินดีกับวัตถุหรือสิ่งต่างๆ ที่เขาเห็นหรือได้ยิน............... |
|
โยคะ สูตรว่าด้วย การปรุงแต่งของจิต ๕ ประการ (ตอนจบ) |
|
|
|
การปรุงแต่งของจิตข้อสุดท้ายหรือข้อที่ ๕ ปตัญชลีกล่าวไว้ในบทที่ ๑ ประโยคที่ ๑๑ ว่า อนุภูตวิษยาสัมประโมษะห์ สมฤติห์ หมายถึง การจำเหตุการณ์หรือประสบการณ์เก่าๆ ที่เกิดขึ้นได้............... |
|
|
|
|
โยคะ สูตรว่าด้วย การปรุงแต่งของจิต ๕ ประการ (ตอนจบ) |
|
|
|
อรรถกถาจารย์บางท่าน เช่น ท่านโกลหัตการ์ ได้กล่าวถึงการฝึกปฏิบัติเทคนิคเฉพาะบางอย่างว่าเป็นอภยาสะ ซึ่งดูเหมือนว่าบ่อยครั้งที่ปตัญชลีไม่ได้พูดถึงเทคนิคเหล่านี้อย่างชัดเจน ว่าเป็นอภยาสะ ดังนั้นมันจึงยังคงเป็นคำถามอยู่ว่าการตีความของอรรถกถาจารย์เหล่านั้นเป็น สิ่งที่สมเหตุสมผลตามมุมมองของปตัญชลีหรือไม่............... |
|
|
|
|
โยคะ สูตรว่าด้วยการปรุงแต่งของจิต ๕ ประการ (ตอนจบ) |
|
|
|
คำว่า "ไนรันตรยะ" ที่เพิ่งได้อธิบายมาข้างต้นนั้นหมายถึงเพียงแค่ความเป็นประจำสม่ำเสมอเท่า นั้น อย่างไรก็ตามผู้ฝึกปฏิบัติโยคะทุกคนต่างก็รู้จากประสบการณ์ของตนเองกันว่า ความตรงต่อเวลาก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน............... |
|
|
|
|
โยคะสูตรว่าด้วย การปรุงแต่งของจิต ๕ ประการ(๕) |
|
|
|
ฉบับก่อนๆ ได้พูดถึงการปรุงแต่งของจิตไปแล้ว ๓ ข้อ คือ ความรู้ที่ถูกต้อง ความรู้ที่ไม่ถูกต้อง และจินตนาการ ฉบับนี้จึงต่อด้วยการปรุงแตงของจิตในข้อที่สี่ ............... |
|
โยคะสูตรว่าด้วย การปรุงแต่งของจิต ๕ ประการ(๔) |
|
|
|
การปรุงแต่งของจิตตะประการแรกคือ ประมาณะหรือความรู้ที่ถูกต้องได้พูดถึงไปในฉบับที่แล้ว ส่วนการปรุงแต่งของจิตตะประการที่สอง กล่าวไว้ในบทที่ ๑ ประโยคที่ ๘ ว่า วิปรยะโย มิถยาชญานมตทรูปะประติษฐัม แปลว่า ความรู้หรือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงของสิ่งนั้นหรือปรากฏการณ์นั้น............... |
|
|
|
|
โยคะ สูตรว่าด้วย การปรุงแต่งของจิต ๕ ประการ(๓) |
|
|
|
สำหรับเนื้อหาในฉบับนี้ขอต่อด้วยโยคะสูตรบทที่ ๑ ประโยคที่ ๖ ดังข้อความว่า "ประมาณะวิปรรยะยะวิกัลปะนิทราสมฤตยะห์" ประมาณะ คือ ความรู้ที่ถูกต้อง............... |
|
|
|
|
โยคะ สูตรว่าด้วย การปรุงแต่งของจิต ๕ ประการ (๒) |
|
|
|
บทความคอลัมน์ตำราโยคะดั้งเดิมในฉบับนี้คงต้องบอกว่ามีความพิเศษอยู่สัก 2 อย่าง คือ อันแรกเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีบรรยากาศของการสนุกรื่นเริง............... |
|
|
|
| การปรุง แต่งของจิตในโยคะสูตร (๑) วีระพงษ์ ไกรวิทย์(ครูโต้) และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี(ครูจิ) คอลัมน์ ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ฉ.; ก.ย.'๕๑ |
|
|
|
ในบทที่ ๑ ประโยคที่ ๔ ของโยคะสูตรปรากฏข้อความว่า "วฤตติสารูปยัมอิตรตระ" โดย"วฤตติ" หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหน้าที่ หรือพฤติกรรม หรือการปรุงแต่งของจิตตะ............... |
|
ประกฤติ กับ ปุรุษะ : ที่มาของแนวคิดโยคะของปตัญชลี ตอนที่ ๒ ; |
|
|
|
ปรัชญาสางขยะเชื่อว่า โลกนี้วิวัฒนาการมาจากประกฤติซึ่งเป็นมูลธาตุของโลก แต่ลำพังประกฤติอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เกิดวิวัฒนาการใดๆ ได้ จึงต้องมีปุรุษะด้วย เพราะประกฤติเป็นเพียงวัตถุที่ไร้ซึ่งสติปัญญาหรือวิญญาณ ไม่สามารถก่อให้เกิดโลกขึ้นมาได้............... |
|
ประกฤติ กับ ปุรุษะ : ที่มาของแนวคิดโยคะของปตัญชลี ตอนที่ ๑ ; |
|
|
|
โยคะสูตรบทที่ ๑ ประโยคที่ ๓ กล่าวว่า "ตทา ทรัษฏูห์ สวรูเป วสถานัม" ซึ่งเป็นการอธิบายความหมายของ "โยคะ" ตามแนวคิดของปตัญชลีในฐานะที่เป็นวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย คำว่า "ตทา" แปลว่า เวลานั้น ขณะนั้น จึงหมายถึง "เมื่อเวลาที่พฤติกรรมของจิตหยุดนิ่งอย่างสมบูรณ์" การบรรลุถึงสภาวะดังกล่าวนี้คือการคืนกลับสู่ความเป็นผู้ดูผู้เห็นตามสภาวะ เดิมแท้ของมัน............... |
| โยคศฺจิตตวฺฤตฺตินิโรธะห์ วีระพงษ์ ไกรวิทย์ และจิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์;ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ฉ.:มิ.ย.๕๑ |
|
|
หัวเรื่องตำราโยคะดั้งเดิมคราวนี้เป็นประโยคที่ปรากฏอยู่ในตำราโยคะสูตร ของมหาฤษีปตัญชลี ในบทที่ ๑ ประโยคที่ ๒ ที่กล่าวว่า โยคศฺจิตตวฺฤตฺตินิโรธะห์ ซึ่งแปลว่า โยคะคือการหยุดอย่างสมบูรณ์ของบรรดาพฤติกรรมหรือการเคลื่อนไหวดำเนินไปของจิต ประโยคนี้เป็นประโยคที่ให้ความหมายของคำว่า "โยคะ" ในฐานะที่เป็นวิธีหรือวิถีในการปฏิบัติ หากมองอย่างกว้างๆ แล้วจะพบว่า ปตัญชลีคิดถึงโยคะว่าเป็นวิถีในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมาย ส่วนองค์ประกอบของวิถีในการปฏิบัติหรือเทคนิคโยคะทั้ง ๘ นั้น ปตัญชลีได้กล่าวถึงในบทที่ ๒ สาธนา (ผู้เขียนได้เคยนำเสนอไว้แล้วในจุลสารโยคะสารัตถะฉบับก่อนๆ) . . (มีต่อ) |
| อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่..... |
|
| 3 มรรคสุดท้ายของอัษฏางคโยคะ ว่าด้วยเรื่องของ "จิต" ตอนที่ 2 วีรพงษ์ ไกรวิทย์ และ จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ |
|
![]() |
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่... |
| 3 มรรคสุดท้ายของอัษฏางคโยคะ ว่าด้วยเรื่องของ "จิต" ตอนที่ 1 วีรพงษ์ ไกรวิทย์ และ จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ มกราคม ๒๕๕๑ |
|
![]() |
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่... |
| ธารณา : การฝึกสมาธิขั้นต้นของโยคะ วีระพงษ์ ไกรวิทย์,จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ธันวาคม ๒๕๕๐ |
|
![]() |
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
| ทำความเข้าใจสภาวะของปรัตยาหาระ วีรพงษ์ ไกรวิทย์ และ จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ |
|
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
| ผลของการฝึกปราณายามะ ... เข้าสู่ปรัตยาหาระ ยกระดับจิตสู่ธารณา วีระพงษ์ ไกรวิทย์, จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี ; แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ ตุลาคม ๒๕๕๐ โยคะสารัตถะ ตุลาคม ๒๕๕๐ |
|
|
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
| สารัตถะของปราณายาะ ... ในโยคะสูตร (4) วีระพงษ์ ไกรวิทย์, จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี ; แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ กันยายน ๒๕๕๐ |
|
![]() |
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |
| สารัตถะของปราณายะ ... ในโยคะสูตร (3) วีระพงษ์ ไกรวิทย์, จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี ; แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ สิงหาคม ๒๕๕๐ |
|
![]() |
|
| สารัตถะของปราณายาะ ... ในโยคะสูตร (2) วีระพงษ์ ไกรวิทย์ และ จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี ; แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ กรกฎาคม ๒๕๕๐ |
|
![]() |
|
| สารัตถะของปราณายามะในโยคะสูตร (1) วีรพงษ์ ไกรวิทย์, จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยคะสารัตถะ มิถุนายน ๒๕๕๐ |
|
![]() |
|
| ที่สุดของอาสนะ...จบลงที่ท่าใด วีรพงษ์ ไกรวิทย์, จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี แปลและเรียบเรียง คอลัมน์ ; ตำราโยคะดั้งเดิม โยะสารัตถะ พฤษภาคม ๒๕๕๐ |
|
![]() |
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และร่วมแสดงความคิดเห็นที่นี่...... |






















