เข้าระบบ »  |  รายการเว็บ »  |  สุ่มเว็บ »
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์


การถ่ายภาพรังสีเต้านมคืออะไร?
การถ่ายภาพรังสีเต้านม หรือ การตรวจแมมโมแกรม ((mammography,  mammogram)   คือ การตรวจเต้านมด้วยการเอกซเรย์เต้านม และแปรผลภาพเต้านมจากการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวินิจฉัย   ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการตรวจ ๒ ประการ คือ เพื่อการวินิจฉัยโรคของเต้านม (ตรวจเมื่อมีอาการ)   และเพื่อเป็นการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม (ตรวจเมื่อยังไม่มีอาการ)

                ในการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรค   แพทย์จะให้ตรวจถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม เมื่อแพทย์ตรวจเต้านมแล้ว  พบ หรือสงสัยมีความผิดปรกติ  เช่น   คลำก้อนได้ในเต้านม  มีเลือด  น้ำเหลือง หรือ น้ำนม (ไม่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร) ออกจากหัวนม     หัวนมบุ๋มผิดปรกติโดยไม่เคยเป็นมาก่อน    ผิวหนังของเต้านมมีลักษณะผิดปรกติ  หรือ  เจ็บเต้านมเรื้อรัง โดยหาสาเหตุไม่ได้

                ในการตรวจคัดกรอง  คือ การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมเป็นระยะๆตามคำแนะนำของแพทย์ โดยไม่เคยมีอาการทางเต้านม  ทั้งนี้เพื่อ ตรวจค้นหาโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มเป็น


การถ่ายภาพรังสีเต้านม มีวิธีตรวจอย่างไร?
โดยทั่วไป การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ทั้งเพื่อตรวจวินิจฉัย และเพื่อตรวจคัดกรอง มีวิธีการเหมือนกัน โดยถ่ายภาพเต้านมทั้งสองเต้า (ถ่ายภาพที่ละเต้า) ทั้งด้านตรง และด้านข้าง  ผู้ป่วยจะถ่ายภาพในท่ายืนนิ่ง (เพื่อไม่ให้ภาพจากการตรวจเคลื่อนไหว)    โดยให้เต้านมวางอยู่บนเครื่องเอกซเรย์    ในการถ่ายภาพ จะมีการบีบกดเต้านมจากเครื่องถ่ายภาพฯให้เต้านมบางลง  เพื่อเห็นภาพสิ่งผิดปรกติได้ชัดเจนขึ้น  จึงอาจทำให้เกิดการเจ็บในระหว่างการตรวจได้


การถ่ายภาพรังสีเต้านมต้องมีการเตรียมตัวก่อนไหม?
การเตรียมตัวในการตรวจถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม     เพียงเตรียมตัวในวันตรวจ โดยในวันตรวจภาพรังสีเต้านม  ไม่ควรทาแป้ง  ครีม  โลชัน  น้ำหอม   ยาระงับกลิ่น และอื่นๆ  ในบริเวณรักแร้ และบริเวณเต้านม รวมทั้งไม่ควรตรวจช่วงให้นมบุตร ทั้งนี้เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ ให้ความผิดปรกติบนภาพเอกซเรย์เต้านมได้  ซึ่งอาจทำให้การแปรผลตรวจผิดพลาด  

                ส่วนในเรื่องการรับประทานอาหาร และ/หรือยาต่างๆ  สามารถรับประทานได้ตามปรกติ

                อนึ่ง  ในวัยยังมีประจำเดือน   ก่อน และระหว่างมีประจำเดือน เต้านมอาจมีอาการบวม หรือ เจ็บ ซึ่งอาจทำให้เกิดเจ็บมากขึ้นจากการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ดังนั้น เฉพาะในผู้ทำการตรวจคัดกรอง (เพราะไม่ใช่กรณีเร่งด่วน/เป็นโรค) ควรเลื่อนการตรวจคัดกรอง เป็นช่วงหลังการมีประจำเดือนของแต่ละเดือน

 


ควรเริ่มถ่ายภาพรังสีเต้านมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมเมื่ออายุเท่าไร? และควรตรวจบ่อยขนาดไหน?
ยังถกเถียงกันอยู่ว่า ควรเริ่มถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมเมื่ออายุเท่าไร  เพราะในวัยยังมีประจำเดือน เนื้อเยื่อเต้านมมักมีความหนาแน่นมาก   ทำให้ตรวจพบหินปูนมะเร็งได้ยาก    การตรวจจึงมีโอกาสผิดพลาดได้สูง 

                ในคนทั่วไป   แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ตั้งแต่อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป    และถ้าภาพเต้านมปรกติ  แพทย์มักแนะนำตรวจซ้ำทุกๆ ๑-๒ ปี    แต่ถ้าพบความผิดปรกติ แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่า ควรทำอย่างไร หรือ ควรตรวจซ้ำอีกเมื่อไร

                ส่วนในคนมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม  เช่น คนเคยเป็นโรคมะเร็งเต้านม  หรือคนมีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม  แพทย์จะเป็นผู้แนะนำว่า   ควรเริ่มตรวจคัดกรองด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม เมื่อไร และควรตรวจบ่อยขนาดไหน  ทั้งนี้แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคน


การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านมมีประโยชน์อย่างไร?
มีการศึกษายืนยันได้ว่า  การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  ทำให้สามารถรักษาโรคมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มเป็นโรค   และช่วยลดอัตราเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การถ่ายภาพรังสีเต้านมให้ผลผิดพลาดได้ไหม?
การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมให้ความผิดพลาดได้ประมาณร้อยละ ๑๕-๒๐  โดยความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ใน ๒ ลักษณะ คือ

                อาจตรวจไม่พบความผิดปรกติ/โรค (ก้อนเนื้อ  และ/หรือหินปูนมะเร็ง)ทั้งๆที่มีโรคอยู่  ทั้งนี้อาจเพราะเนื้อเยื่อเต้านมมีความหนาแน่นสูง จึงบดบังความผิดปรกติ ดังกล่าวแล้ว หรือเกิดจากการที่ก้อนเนื้อ/หินปูน มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถตรวจพบได้จากการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม และ

                อาจตรวจแล้ว  แพทย์สงสัยในการแปรผล หรือแปรผลว่าน่าจะเป็นมะเร็ง (ทั้งๆที่ไม่ใช่มะเร็ง)  จึงอาจต้องมีการตรวจภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมซ้ำ หรืออาจต้องมีการตรวจวิธีการอื่นเพิ่มเติม เช่น การตัดชิ้นเนื้อ หรือ การเจาะดูดเซลล์ เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา หรือ ทางเซลล์วิทยา เพื่อดูว่าใช่มะเร็งหรือไม่ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นมะเร็ง


ตรวจเต้านมด้วยรังสีแล้ว รู้ได้เลยไหมว่าเป็นมะเร็ง?
การตรวจเต้านมด้วยรังสี/แมมโมแกรมยังไม่สามารถให้ผลการตรวจว่าเป็นมะเร็งได้แน่นอน  ดังนั้นเมื่อพบความผิดปรกติจากการตรวจ และแพทย์สงสัยว่าน่าเป็นมะเร็ง  แพทย์จะแนะนำการตรวจขั้นต่อไปด้วยการเจาะ/ดูดเซลล์ หรือการตัดชิ้นเนื้อตรวจทางเซลล์วิทยา/พยาธิวิทยา  ซึ่งให้ผลแน่นอนว่า  ก้อนเนื้อนั้น เป็นก้อนเนื้อจากการอักเสบ  เนื้องอกธรรมดา หรือก้อนเนื้อมะเร็ง


ผู้หญิงที่ทำศัลยกรรมเต้านมตรวจภาพรังสีเต้านมได้ไหม?
ผู้หญิงซึ่งทำศัลยกรรมเต้านม  สามารถตรวจเต้านมด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมได้เช่นเดียวกับผู้หญิงทั่วไป และด้วยข้อบ่งชี้เช่นเดียวกัน  แต่อาจเป็นสาเหตุการแปรผลผิดพลาดได้สูงกว่าในคนทั่วไป     และก่อนตรวจ  ควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้ให้การทำศัลยกรรมก่อนเสมอ นอกจากนั้น ยังต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ และรังสีวินิจฉัยแพทย์ทราบ เพื่อเพิ่มการแปรผลการตรวจได้อย่างถูกต้อง


มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมวิธีการอื่นอีกไหม?
ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม  นอกจากการตรวจด้วยการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรมแล้ว แพทย์ยังแนะนำให้ ผู้หญิงทุกคน เมื่ออายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป (ไม่ค่อยพบการเกิดโรคมะเร็งในอายุต่ำกว่านี้) ควรปรึกษาแพทย์/พยาบาล  เพื่อได้รับการสอนให้รู้จักคลำหาก้อนเนื้อผิดปรกติด้วยตนเองในเต้านมทั้งสองข้าง   และควรตรวจด้วยตนเองทุกๆเดือน  แต่ เมื่อคลำแล้วเกิดความสงสัย หรือพบความผิดปรกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์

                นอกจากนั้น  เมื่อมีการตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี  ควรให้แพทย์ตรวจเต้านมให้ด้วย และหลังจากนั้นแพทย์จะให้คำแนะนำว่า ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจเต้านมบ่อยอย่างไร?

                นอกจากทั้งสองวิธีการแล้ว  การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม ยังตรวจได้ด้วยการตรวจเต้านมทั้งสองข้างด้วยอัลตราซาวด์  ซึ่งไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บ หรือเจ็บน้อยกว่าการตรวจด้วยการถ่ายภาพรังสี/แมมโมแกรม     การตรวจเต้านมด้วยอัลตราซาวด์  เป็นการตรวจเพื่อค้นหาก้อนมะเร็ง (ไม่ใช่ค้นหาหินปูนมะเร็ง)  ดังนั้น  ในการตรวจคัดกรอง  เมื่อตรวจทั้งสองวิธีการร่วมกัน คือ ทั้งการถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   และการตรวจอัลตราซาวด์เต้านม  จะช่วยเพิ่มความถูกต้อง/ แม่นยำในการคัดกรองให้สูงขึ้น


การถ่ายภาพรังสีเต้านมมีอันตรายไหม?
เนื่องจาก การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม    เป็นการถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์  จึงอาจทำให้เกิดความผิดปรกติของดีเอนเอ(DNA) ซึ่งเป็นสารทางพันธุกรรมต่อเซลล์ของทารกในครรภ์ได้   ดังนั้น จึงไม่ควรตรวจทางเอกซเรย์/รังสีทุกอย่างในขณะตั้งครรภ์ (ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เอกซเรย์/รังสี และแพทย์เสมอเมื่อตั้งครรภ์ หรือสงสัยตั้งครรภ์  หรือเมื่อมีการคลาดเคลื่อนของประจำเดือน)   ยกเว้นเมื่อการตรวจนั้นๆมีความจำเป็นต่อชีวิตของผู้ป่วย          


ตรวจภาพรังสีเต้านมได้ที่ไหนบ้าง?
การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม   มีให้บริการการตรวจในโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์   โรงพยาบาลรัฐ และ เอกชนขนาดใหญ่ทั่วไป     ศูนย์มะเร็งต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข   และร้านเอกซเรย์ของเอกชนบางร้าน


การถ่ายภาพรังสีเต้านมเสียค่าใช้จ่ายแพงไหม?
การถ่ายภาพรังสีเต้านม/แมมโมแกรม  จัดเป็นการตรวจมีค่าใช้จ่ายสูง  อย่างไรก็ตาม  รวมอยู่ในการบริการประกันสุขภาพ ของรัฐบาล (ปกส หรือ บัตรทอง)เมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม   แต่ไม่รวมในเรื่องของการตรวจคัดกรอง 


 

 

 

 

 

คำสำคัญ: ความรู้, มะเร็ง, เต้านม
สร้างเมื่อ: 2010-02-18 09:59:23   แก้ไขเมื่อ: 2010-02-18 10:07:40
เว็บนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้นำข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้เพื่อวินิจฉัยโรค รักษาโรค หรือแก้ปัญหาสุขภาพโดยไม่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และหากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางเว็บจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
สงวนลิขสิทธิ์ © สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
เนื้อหาอนุญาตให้ใช้แบบ ครีเอทีฟคอมมอนส์ สัญญาอนุญาตประเภทแสดงที่มา