เข้าระบบ »  |  รายการเว็บ »  |  สุ่มเว็บ »
ความรู้โรคมะเร็งเต้านม

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์

แก้ไขปรับปรุง มกราคม 2554


โรคมะเร็งเต้านมเกิดได้อย่างไร?
สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ยังไม่ทราบ  แต่เชื่อว่า  ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เกิดจากมีความผิดปรกติทางพันธุกรรมทั้งชนิดถ่ายทอดได้   ชนิดไม่ถ่ายทอด  และ มีปัจจัยเสริม จากสิ่งแวดล้อม เช่น อาจจาก  อาหาร  สารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม   การไม่ให้นมลูก และอายุที่มากขึ้น  เป็นต้น

 


ผู้ชายเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้ไหม? และ เหมือนในผู้หญิงไหม?
ผู้ชายเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้ แต่ โอกาสเกิดน้อยกว่าในผู้หญิงประมาณ ๑๐๐ เท่า   ปัจจุบัน ยังไม่ทราบชัดเจนถึงธรรมชาติของโรคมะเร็งเต้านมในผู้ชาย  อย่างไรก็ตาม ทางการแพทย์ด้านโรคมะเร็งอนุโลมว่า น่าเหมือนในผู้หญิง ทั้งสาเหตุ  อาการ  วิธีตรวจ  ระยะโรค   วิธีรักษา และอัตราอยู่รอด

 


โรคมะเร็งเต้านมเป็นกรรมพันธุ์ไหม?
โรคมะเร็งเต้านมในผู้ป่วยบางราย เป็นกรรมพันธุ์ชนิดถ่ายทอดได้ ซึ่งมักเกิดในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า ๔๐ ปี และมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งทั้ง ๒ เต้านมได้สูงถึงประมาณร้อยละ ๕๐-๘๐    แต่ในผู้ป่วยส่วนใหญ่  ปัจจัยเสี่ยง น่ามาจากพันธุกรรมชนิดไม่ถ่ายทอด ร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆดังกล่าวแล้ว

 


โรคมะเร็งเต้านมพบได้บ่อยไหม?
โรคมะเร็งเต้านมจัดเป็นโรคมะเร็งพบได้บ่อยในผู้หญิง ในประเทศไทย จากการศึกษาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข รายงานในปี ๒๐๑๐ พบโรคมะเร็งเต้านมสูงเป็นลำดับที่ ๑ ของมะเร็งในผู้หญิงไทย ซึ่งเช่นเดียวกับสถิติจากประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา

                โรคมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่มักเกิดเมื่อ อายุ ๕๐ ปีขึ้นไป  แต่สามารถพบได้ตั้งแต่ในอายุยังน้อย ๓๐-๔๐ ปี   ส่วนในอายุต่ำกว่า ๓๐ ปีพบได้น้อยมาก

 


รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านม?
แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นโรคมะเร็งเต้านม ได้จาก   พบก้อนเนื้อในเต้านม อาจจากการคลำ หรือ จากการตรวจอัลตราซาวด์เต้านม หรือ ตรวจเต้านมด้วยเอกซเรย์ ที่เรียกว่า แมมโมแกรม (mammogram)  ดังนั้นในผู้หญิงทุกคน  แพทย์จึงมักแนะนำให้รู้จักการตรวจเต้านมด้วยตนเองสม่ำเสมอ ซึ่งเมื่อตรวจพบก้อนเนื้อ แพทย์จะให้การวินิจฉัยที่ให้ผลแน่นอน คือ การเจาะ/ดูด และ/หรือการตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา

 


ก้อนเนื้อในเต้านมเป็นมะเร็งทั้งหมดใช่ไหม?
ก้อนเนื้อส่วนใหญ่ที่คลำพบได้ในเต้านม  มักเป็นเนื้องอกธรรมดา เช่น ถุงน้ำ (cyst) หรือ ที่เรียกว่า ไฟโบรอดีโนมา (fibroadenoma)     พบเป็นก้อนเนื้อมะเร็งเป็นส่วนน้อย โดยเฉพาะในวัยก่อนอายุ ๕๐ ปี  แต่อย่างไรก็ตาม ก้อนเนื้องอกธรรมดา หรือ ซีสมีโอกาสเปลี่ยนเป็นมะเร็งได้  ดังนั้น เมื่อคลำพบก้อนเนื้อ จึงควรรีบพบแพทย์เสมอ

 


มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเต้านมทั้งสองข้างไหม?
ผู้ป่วยทุกคนมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งเต้านมทั้งสองข้างได้ ประมาณร้อยละ ๕  แต่ถ้าสาเหตุของโรคเกิดจากพันธุกรรมชนิดถ่ายทอดได้ โอกาสเกิดเป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้างสูงขึ้นได้ถึงประมาณ ร้อยละ ๕๐-๘๐

 


ป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างไร?
ในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้เต็มร้อย เพียงแต่ให้พยายามเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจากสารก่อมะเร็ง  แต่ในปัจจุบันมีวิธีตรวจที่มีประสิทธิภาพให้พบโรคได้ในระยะเริ่มเป็น(การตรวจคัดกรอง)

 


มีวิธีตรวจให้พบโรคมะเร็งเต้านมตั้งแต่แรกเป็นไหม?
วิธีตรวจให้พบโรคมะเร็งเต้านมตั้งแต่ในระยะเริ่มเป็น/ระยะแรก ซึ่งเรียกว่าการตรวจคัดกรอง  ประกอบด้วย ๓ วิธีการหลัก  ได้แก่ 

                 การคลำเต้านมตนเอง  เพื่อตรวจคลำหาก้อนเนื้อผิดปรกติ เป็นประจำสม่ำเสมอตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ ( ซึ่งเริ่มตรวจได้ด้วยตนเองตั้งแต่ เมื่อเข้าใจ และสามารถทำตามที่แพทย์/พยาบาลสอนได้)       

                 การพบแพทย์ตรวจร่างกายประจำปี โดยให้แพทย์เป็นผู้ตรวจคลำหาก้อนในเต้านม และ

                 การตรวจแมมโมแกรม (ในประเทศไทยนิยมตรวจร่วมกับการตรวจด้วยอัลตราซาวด์)   ซึ่งโดยทั่วไป  แนะนำให้เริ่มตรวจเมื่ออายุ ๕๐ ปี  และเมื่อการตรวจแมมโมแกรม/อัลตรสซาวด์พบว่า ปรกติ อาจตรวจซ้ำทุก ๑- ๒ ปี  แต่ถ้าตรวจพบผิดปรกติ  แพทย์จะแนะนำการตรวจ/รักษา แต่ละคนแตกต่างกัน ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

 


เป็นโรคมะเร็งเต้านมแล้วมีลูกได้ไหม?
ถ้าผู้หญิงเป็นโรคมะเร็งเต้านม แต่ยังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์  ภายหลังเมื่อรักษาโรคมะเร็งหายแล้ว และต้องการมีบุตร แพทย์มักแนะนำให้ ชะลอการมีบุตรไปก่อนอย่างน้อย ๒ ปีนับจากหลังครบการรักษา ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีผลกระทบต่อการเกิดโรคมะเร็งย้อนกลับเป็นซ้ำ และเพื่อลดโอกาสเกิดความพิการของทารกในครรภ์ อันอาจเป็นผลมาจากเคมีบำบัด และ/หรือ รังสีรักษา และ/หรือ ยาฮอร์โมน

 


โรคมะเร็งเต้านมมีกี่ชนิด?
โรคมะเร็งเต้านม มีหลายชนิด และแต่ละชนิดมีความรุนแรงโรคต่างกัน แต่ทุกชนิดมีวิธีการตรวจ รักษา คล้ายคลึงกัน

 


โรคมะเร็งเต้านมมีกี่ระยะ?
โรคมะเร็งเต้านม มี ๔ ระยะ (บางระยะอาจแบ่งเป็นระยะย่อย ซึ่งแพทย์โรคมะเร็งใช้เป็นข้อบ่งชี้ทางการรักษา จึงไม่กล่าวถึงให้ยุ่งยาก)   ได้แก่

ระยะที่ ๑  ก้อนเนื้อมะเร็งขนาดโตไม่เกิน ๒ ซม.

ระยะที่ ๒  ก้อนเนื้อมะเร็ง ขนาดโตไม่เกิน ๕ ซม. อาจลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองรักแร้ไม่เกิน ๓ ต่อม หรือ ก้อนเนื้อมะเร็งโตเกิน ๕ ซม. แต่ยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองรักแร้

ระยะที่ ๓  ก้อนมะเร็งแตกเป็นแผล และ/หรือลุกลามเข้ากล้ามเนื้อ อก และ/หรือลุกลามเข้าผิวหนัง  และ/หรือมีการอักเสบเกิดจากตัวโรคมะเร็ง และ/หรือ  มีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองรักแร้มากกว่า ๓ ต่อมขึ้นไป

ระยะที่ ๔ มีการแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด/โลหิตไปอวัยวะอื่น เช่น ไปปอด ตับ กระดูก และ/หรือ สมอง  หรือแพร่กระจายเข้าต่อมน้ำเหลืองซึ่งอยู่ไกลออกไป เช่น ต่อมน้ำเหลืองในช่องอก  เป็นต้น

                นอกจากนั้น โรคมะเร็งยังแบ่งเป็น ระยะ ๐  ซึ่งเป็นระยะที่เซลล์มะเร็งยังไม่มีการลุกลาม โรคอยู่เฉพาะในเยื่อบุภายใน ซึ่ง เป็นระยะที่โอกาสรักษาหายขาดสูงถึงประมาณร้อยละ ๘๐-๙๐

 


โรคมะเร็งเต้านมรักษาอย่างไร?
วิธีรักษาหลัก ของโรคมะเร็งเต้านม คือ การผ่าตัด   เคมีบำบัด  รังสีรักษา และ ยาฮอร์โมน   ส่วนยารักษาตรงเป้า (ซึ่งยายังมีราคาสูงมาก เกินกว่าผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงได้)   ยังอยู่ในการศึกษา  แต่ได้มีการนำมาใช้ในประเทศไทยแล้ว

                โดยทั่วไป การรักษาโรคมะเร็งใช้หลายวิธีการร่วมกัน ขึ้นกับหลายๆปัจจัย  ที่สำคัญได้แก่ ระยะโรค  ชนิดเซลล์มะเร็ง   ชนิดของการผ่าตัด   อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย    ซึ่งแพทย์ผู้ให้การรักษาจะเป็นผู้ประเมิน และ แนะนำวิธีรักษา

 


ทำไมผู้ป่วยบางคนได้กินยาฮอร์โมน บางคนไม่ได้กิน?
ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มซึ่งตอบสนองต่อยาฮอร์โมน และ กลุ่มซึ่งไม่ตอบสนองต่อยาฮอร์โมน

                แพทย์ทราบว่าผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มใด ด้วยการตรวจพิเศษหาการจับฮอร์โมนในเนื้อเยื่อมะเร็ง  โดยเป็นการตรวจทางพยาธิวิทยา      ซึ่ง ผู้ป่วยที่เซลล์มะเร็งจับฮอร์โมนเท่านั้น ที่จะได้ประโยชน์จากการรักษาต่อเนื่องด้วยยาฮอร์โมน   ดังนั้นแพทย์จึงให้การรักษาด้วยยาฮอร์โมนเฉพาะในผู้ป่วยที่มีเซลล์มะเร็งจับฮอร์โมน

 


โรคมะเร็งเต้านมรักษาหายขาดไหม?
โรคมะเร็งเต้านมมีโอกาสรักษาได้หาย แต่ทั้งนี้ขึ้นกับ ระยะโรค    ชนิดเซลล์มะเร็ง   การตอบสนองต่อยาฮอร์โมนของเซลล์มะเร็ง     การตอบสนองของผู้ป่วยต่อยาเคมีบำบัด  และ รังสีรักษา  อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย

 


หลังผ่าตัดเต้านมออกแล้ว ทำผ่าตัดเสริมให้กลับมีเต้านมใหม่ได้ไหม?
การผ่าตัดทำศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อทดแทนเต้านมเดิมที่ถูกตัดไป สามารถทำได้แต่เฉพาะในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น  ไม่สามารถทำได้กับผู้ป่วยทุกคน  เพราะขึ้นกับหลายปัจจัย  โดยเฉพาะระยะของโรคมะเร็ง  และยังจัดเป็นการผ่าตัดที่ยุ่งยาก ซับซ้อน อาจต้องทำผ่าตัดซ้ำหลายครั้ง หลายขั้นตอน และผลของความสวยงามหลังการทำศัลยกรรมตกแต่งอาจต่ำกว่าที่ผู้ป่วยคาดหวัง  ซึ่งถ้าผู้ป่วยสนใจ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ให้การรักษาโรคมะเร็งของผู้ป่วย


 

 

 

 

คำสำคัญ: ความรู้, มะเร็ง, เต้านม
สร้างเมื่อ: 2009-11-18 09:39:44   แก้ไขเมื่อ: 2011-01-07 10:16:37
เว็บนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้นำข้อมูลที่มีอยู่ไปใช้เพื่อวินิจฉัยโรค รักษาโรค หรือแก้ปัญหาสุขภาพโดยไม่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ และหากมีการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ทางเว็บจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
สงวนลิขสิทธิ์ © สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
เนื้อหาอนุญาตให้ใช้แบบ ครีเอทีฟคอมมอนส์ สัญญาอนุญาตประเภทแสดงที่มา