สาขารังสีรักษา
แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เริ่มมีหน่วยรังสีรักษาเมื่อ พ.ศ. 2594 โดยได้ซื้อเครื่องเอ็กซเรย์สำหรับรักษา ของบริษัทเยเนอราลอีเลคตริค แบบ Maximar 400 ใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งและอื่นๆ ซึ่งขณะนั้นเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพที่สุดในประเทศไทย
ในปี พ.ศ.2496 ทางแผนกได้ขยายงานในหน่วยรักษานี้ โดยได้ซื้อเครื่อง Contact Therapy ของบริษัทฟิลิปส์ เพื่อใช้สำหรับรักษาโรคมะเร็งและโรคอื่นที่อยู่ตื้นๆ ในบริเวณผิวหนังเท่านั้น และในปี พ.ศ.2498 ได้ซื้อเครื่อง Superficial Therapy “Dermophos-100” ของบริษัท ซีเมนส์ สำหรับใช้รักษาโรคมะเร็งและโรคอื่นที่ลามลึกลงไปจากผิวหนัง แต่ยังไม่สู้ลึกมากนัก
สำหรับการรักษาด้วย เรเดียม นั้น ได้ซื้อเรเดียมไว้ครั้งแรก จำนวน 150 มิลลิกรัม เมื่อ พ.ศ.2494 และได้ซื้อเครื่องเพิ่มเติมอีก 150 มิลลิกรัม เมื่อ พ.ศ.2496 ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2501 สมเด็จองค์สภานายิกา สภากาชาดไทย ได้พระราชทานเงินมาเพื่อซื้อเรเดียมและอุปกรณ์ที่ใช้ในงานนี้ และในปี พ.ศ.2506 นายเจ็งหลอง โปษยะจินดา ได้บริจาคเงินอีก 300,000.00 บาท เพื่อใช้ซื้อเรเดียมและอุปกรณ์เช่นกัน ปัจจุบันนี้ แผนกรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีเรเดียม 820 มิลลิกรัม
การรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีได้เจริญขึ้น และมีการใช้สารไอโซโทป Cobalt 60 Teletherapy แทนเครื่องเอ็กซเรย์ อันได้ผลเช่นเดียวกันแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายต่ำลง ในปี พ.ศ.2501 สหสมาคมกาชาดจันทร์แดงแห่งสหภาพโซเวียต ได้บริจาคเครื่อง Cobalt 60 Teletherapy T-CO-400-1 ขนาดเล็ก (500 curies) ให้แก่สภากาชาดไทย แม้ว่าเครื่องนี้จะมีขนาดเล็กแต่ก็ทำประโยชน์ให้แก่โรงพยาบาลและแก่โรงเรียน แพทย์เป็นอย่างมาก เป็นเครื่องโคบอลท์เครื่องแรกในประเทศไทย ได้เปิดตึกและเริ่มรักษาผู้ป่วยเมื่อเดือน เมษายน พ.ศ.2502 ต่อมาในปี พ.ศ.2507 สหสมาคมกาชาดจันทร์แดงแห่งสหภาพโซเวียต ได้เปลี่ยน Cobalt Sourec ให้ใหม่
ทางด้านผู้ป่วยนั้นจำนวนได้เพิ่มขึ้นรวดเร็ว เนื่องจากการแพทย์เจริญขึ้นและผู้ป่วยเข้าใจในโรคมะเร็งนี้มากขึ้น การรักษาพยาบาลทำได้ไม่สะดวกเพราะผู้ป่วยกระจัดกระจายอยู่ตามตึกรักษาทั่วๆ ไปในโรงพยาบาล จึงเกิดความต้องการที่จะมีตึกให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยเฉพาะ ความต้องการดังกล่าวได้บรรลุเมื่อ พ.ศ.2503 นายสวัสดิ์ โอสถานุเคราะห์ และครอบครัว ได้โดยเสด็จพระราชกุศลสร้างตึก “สวัสดิ์-ล้อม โอสถานุเคราะห์” ให้แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในคราวเสด็จนิวัติพระนครหลังจากเสด็จเยือนนานา ประเทศในทวีปยุโรป และอเมริกาซึ่งได้ใช้เป็นสถานที่ของแผนกรังสีวิทยา รับผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ประมาณ 50 คน มีห้องผ่าตัด, ห้องทำงานที่ช่วยให้การรักษาโรคมะเร็งเป็นไปโดยสะดวก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของหน่วยราดิโอไดโซโทปและใช้บริวเณชั้นล่างขยายงาน ด้านรังสีวินิจฉัยด้วย
ในเดือนกันยายน พ.ศ.2507 องค์การพลังงานปรมาณูเพื่อสันติระหว่างประเทศ (IAEA) ได้ส่ง Mr. Paul M. Pfalzner ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางฟิสิกส์ด้านการแพทย์ (Medical Physicist Expert) มาช่วยจัดตั้งหน่วย Hospital Physics และฝึกนักฟิสิกส์และแพทย์ของโรงพยาบาล มีกำหนด 1 ปี เป็นประโยชน์แก่หน่วยรังสีรักษาของแผนกรังสีวิทยาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นอย่างมาก
เพราะความก้าวหน้าในการประดิษฐ์เครื่องมือสำหรับรักษาโรคมะเร็งได้เป็นไป อย่างรวดเร็ว และความต้องการเครื่องมือดังกล่าวมารักษาคนไข้ที่มีจำนวนมากขึ้น ให้ได้ผลดีขึ้นมีอยู่มาก ทางสภากาชาดไทยจึงได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากประเทศสมาชิกของแผนการโคลัมโบ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2502 ในที่สุด เมื่อปี พ.ศ.2507 รัฐบาลแคนาดา ได้บริจาค “Theatron 80” ซึ่งเป็นเครื่อง Cobalt 60 Teletherapy ชนิด Rotational ที่มีประสิทธิภาพและแบบใหม่สุด ขนาดกำลังสูง 6000 curies. สมดังความประสงค์
การติดตั้งเครื่อง Cobalt 60 Teletherapy “Theatron 80” นี้เป็นประโยชน์ในการรักษาโรคมะเร็งให้หายขาด หรือบรรเทาความทรมานแก่ผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น จึงเป็นที่น่ายินดีและขอขอบคุณรัฐบาลแคนาดาเป็นอย่างมาก เครื่อง Cobal Theatron 80 นี้ได้ทำการติดตั้งในตึกโคบอลท์ส่วนที่ต่อเติมใหม่ โดยใช้เงินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช พระราชทานร่วมกับเงินงบประมาณสภากาชาดไทย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000.00 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) การก่อสร้างได้แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทำพิธีเปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2508
จำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาเพิ่มขึ้นทุกๆปี เครื่องโคบอลท์ซึ่งมีอยู่เครื่องเดียวไม่เพียงพอที่จะบริการผู้ป่วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานเครื่องโคบอลท์ Eldorado 78 เพิ่มขึ้นอีกเครื่องหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ.2517 เครื่องโคบอลท์ Eldorado 78 นี้มีกำลังแรง 6000 curies ในระยะเวลาเดียวกันนี้ นางวัลลีย์, น.ส.ประชุมและน.ส.เรณู อับดุลราฮิม ได้ทูลเกล้าถวายเงิน 2,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ย แด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช เพื่อพระราชทานให้สภากาชาดไทยสร้างตึกอับดุลราฮิม เพื่ออุทิศส่วนกุศลและเป็นที่ระลึก แด่นายฮซันอลี เชย อับดุลราฮิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามพบรมราชกุมารี และเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยรัตน์ ทรงเปิดตึกเมื่อวันพุธที่ 15 เมษายน 2524 เครื่องโคบอลท์ Eldorado 78 ที่ได้รับพระราชาทานนี้ได้ติดตั้งในตึกอับดุลราฮิม เพื่อใช้แทนเครื่อง โคบอลท์ GUT-400 ของสหสมาคมกาชาดและจันทร์แดง แห่งสหภาพโซเวียตรัสเซีย เนื่องจากเครื่องโคบอลท์ของรัสเซียเป็นเครื่องขนาดเล็ก เพียง 500 curies และโคบอลท์ source หมดอายุที่จะใช้ในการรักษาผู้ป่วย ทางสภากาชาดไทยจึงได้มอบให้กองป้องกันอันตรายจากรังสี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้ขอมาเพื่อนำไปใช้ในการรักษาและวิจัย
ทางสาขารังสีรักษา ได้ซื้อเครื่องเอ็กซเรย์สำหรับรักษา เพื่อใช้ทดแทนเครื่องมือเก่าซึ่งเสื่อมสภาพและหมดอายุการใช้งานเพิ่มเติมอีก ดังนี้คือ
ทางสาขารังสีรักษา ได้ซื้อเครื่องเอกซเรย์สำหรับรักษา เพื่อใช้ทดแทนเครื่องมือเก่าซึ่งเสื่อมสภาพและหมดอายุการใช้งานเพิ่มเติมอีก ดังนี้ คือ
ซื้อเครื่อง Deep x-ray ยี่ห้อฟิลิปส์ (Maximar) 250 KV เมื่อเดือนกรกฎาคม 2518 โดยใช้งบประมาณคณะแพทยศาสตร์จำนวน 900,000.00 บาท (เก้าแสนบาทถ้วน)
ซื้อเครื่อง Contact x-ray ยี่ห้อฟิลิปส์ เมื่อเดือนมกราคม 2519 โดยใช้งบประมาณคณะแพทยศาสตร์ จำนวนเงิน 300,000.00 บาท (สามแสนบาทถ้วน)
ซื้อเครื่อง Superficial x-ray ยี่ห้อฟิลิปส์ เมื่อเดือนตุลาคม 2521 โดยใช้งบประมาณคณะแพทยศาสตร์ จำนวนเงิน 1,000,000.00 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วย)
ซื้อเครื่อง Fletcher afterloading จำนวน 2 ชุด พร้อมทั้งเรเดียมเพิ่มอีก คือเรเดียม 20 mg จำนวน 7 แท่ง เรเดียม 15 mg จำนวน 4 แท่ง ทั้งหมดนี้โดยใช้งบประมาณคณะแพทยศาสตร์ ปี 2523 จำนวนเงิน 210,000.00 บาท (สองแสนหนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
เมื่อปี 2526 ได้รับงบประมาณจากสภากาชาดไทย เพื่อเปลี่ยนโคบอลท์ source เครื่องโคบอลท์Theratron 80 และเครื่องโคบอลท์ Cldorado 78 เป็นจำนวนเงิน 4,698,850.00 บาท (สี่ล้านหกแสนเก้าหมื่นแปดพันแปดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) และเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยเมื่อปี 2527
ซื้อเครื่อง Remote Controlled Cs-137 Afterloading System ยี่ห้อฟิลิปส์ โดยได้รับเงินงบประมาณจากสภากาชาดไทย เมื่อ 2528 จำนวนเงิน 4,500,000.00 บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน) Selectron เครื่องนี้ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก โดยที่ผู้รักษาได้รับรังสีน้อยที่สุดหรือไม่ได้เลย ให้ปริมาณรังสีสูงผู้ป่วยไม่ต้องนอนเพื่อรับการรักษานานเหมือนการรักษาด้วย เรเดียม คือนอนรับการรักษาเพียงครั้งละ 6 ชั่วโมง
เนื่องจากการใช้สารเคมีเพื่อรักษาโรคมะเร็งได้เพิ่มมากขึ้น ทางสาขารังสีรักษามีความจำเป็นจะต้องมีห้องเคมีบำบัดเพื่อบริการผู้ป่วย พร้อมกันนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์น้อย ตันติยาภิวัฒน์ได้มีจิตศรัทธาบริจาคเงิน จำนวน 100,000.00 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เพื่อปรับปรุงและซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ใช้ในห้องเคมีบำบัดให้เป็นอนุสรณ์และอุทิศส่วนกุศลแก่นางเนื้ยน สโรซมาน ห้องนี้ตั้งอยู่ตึกอับดุลราฮิม ชั้น 2 ห้องเคมีบำบัดนี้ได้อำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และอำนวยประโยชน์ในด้านการศึกษาการใช้สารเคมี เพื่อรักษาโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก และได้ทำพิธีเปิดห้องเมื่อเดือนมกราคม 2527 โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มาร่วมพิธีด้วย
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2526 คุณบุญยง ว่องวานิช ได้มีหนังสือขอแสดงความจำนงบริจาคเงินสร้างอาคาร “Cancer Center” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คุณหมอล้วน และนางเพิ่มพูน ว่องวานิช
คุณบุญยง ว่องวานิช และญาติ เข้าเฝ้าทูลเกล้าถวายเงินแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2527 จำนวนเงิน 11,500.000.00 บาท (สิบเอ็ดล้านห้าแสนบาทถ้วน) และได้รับบริจาคจากญาติสมทบอีก 2,000,000.00 บาท (สองล้านบาทถ้วน) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 13,500,000.00 บาท (สิบสามบ้านห้าแสนบาทถ้วน) เพื่อพระราชทานให้สภากาชาดไทยสร้างตึกศูนย์ป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง เป็นตึก 9 ชั้น โดยให้ชื่อว่า ตึกล้วน ว่องวานิช งบประมาณค่าก่อสร้างประมาณ 45,000,000.00 บาท (สี่สิบห้าล้านบาท) โดยให้สภากาชาดไทยสำรองเงินส่วนที่ขาดให้ก่อน โดยที่คณะกรรมการหาเงินจะดำเนินการหาเงินมาจากผู้ที่มีจิตศรัทธามาทดแทนให้ ในภายหลัง ศูนย์รักษาโรคมะเร็งนี้ตั้งขึ้นเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับโรคมะเร็งให้การรักษาผู้ป่วย รวมทั้งการป้องกันและการตรวจมะเร็งในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้ป่วยและวงการแพทย์ นับว่าเป็นกุศลและเจตนาอันดียิ่งของคุญบุญยง ว่องวานิช และญาติ
สาขารังสีรักษา ได้เจริญขึ้นมาเป็นลำดับ ดังได้บรรยายมาแล้วและจะเจริญต่อไปยิ่งๆขึ้นได้ให้บริการในด้านการตรวจและ รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง บริการด้านวิชาการในการสอนนิสิตแพทย์,พยาบาล,และแพทย์เฉพาะทาง ปัจจุบันนี้สาขารังสีรักษามีแพทย์ 6 คน, นักฟิสิกส์ 2 คน, พยาบาล 7 คน, พนักงานรังสีรักษา 5 คน และบุคลากรอื่น 9 คน
สร้างเมื่อ: 2009-03-16 14:38:36 แก้ไขเมื่อ: 2009-03-16 14:46:47