ผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทยมีสถิติเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี สำหรับในภาคใต้นั้นโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่เป็นหน่วยรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย (THAI SOCIETY OF THERAPEUTIC RADIOLOGY AND ONCOLOGY) [thastro.org]
เพิ่มพูนสาระความรู้ภายในเว็บศูนย์รวมนี้ จากบทสัมภาษณ์รองศาสตราจารย์นายแพทย์เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี ผู้ริเริ่มสร้างเว็บไซต์ของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย

จุดเริ่มต้นในการสร้างเว็บไซต์ของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
ผมรับงานในสมาคมฯ โดยดำรงตำแหน่งเป็นประธานฝ่ายวิชาการเมื่อปี พ.ศ. 2551 ก็คุยกันว่า และได้ปรึกษากันว่า เว็บฯ สมาคมฯ เดิมที่มีอยู่ไม่มีคนทำต่อเนื่อง เนื่องจากอาจารย์ที่ทำอยู่เดิม ซึ่งเป็นผู้มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์มีภาระงานมากขึ้น ผมจึงอาสารับงานส่วนนี้มารับผิดชอบครับ
ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่อาจารย์วางไว้เพื่อเผยแพร่เว็บไซต์สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
เราหวังไว้ทั้งสองกลุ่มครับ กลุ่มแรกก็คือบุคลกรทางรังสีรักษา ทั้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายของเว็บศูนย์รวมเดิม และเพิ่มกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ ประชาชนทั่วไปครับ
สิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับเมื่อได้เข้ามาในเว็บไซต์ของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย
เท่าที่หารือกับคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ พบว่าเราอยากให้เว็บของเราเป็นเว็บที่ให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้กับประชาชน ที่เน้นกันคือ ต้องไม่มี conflict of interest นั่นคือ ต้องไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินหรือบริหารจัดการจากบริษัทใดๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทยาหรือบริษัทตัวแทนสินค้าต่างๆ ซึ่งอันนี้ผมเห็นว่าสำคัญมาก เพราะปัจจุบันเว็บศูนย์รวมมีโฆษณาแฝงเกลื่อนไปหมด ถ้าอ่านข้อมูลดีๆ จะรู้ว่าเป็นการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพราะฉะนั้นข้อมูลที่ได้จากเว็บของเราจะเป็นข้อมูลทางวิชาการจากนักวิชาการจริงๆ แล้วเราก็พยายามเน้นเรื่องความอ่านง่าย
ผมโชคดีมากครับ ในช่วงที่คิดทำส่วนของความรู้สำหรับประชาชนนี้ ผมได้รับความกรุณาจากอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่ง ซึ่งก็คือท่านศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิง พวงทอง ไกรพิบูลย์ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ท่านเกษียณราชการแล้ว แต่ยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับความรู้เรื่องมะเร็งให้ประชาชนทั่วไปอ่าน และได้รับความนิยมจนต้องตีพิมพ์แล้วตีพิมพ์อีก ซึ่งท่านก็กรุณามาช่วยเขียนเรื่องต่างๆให้เว็บของสมาคมฯ ครับ
ภายในเว็บไซต์ของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยประวัติความเป็นมาของสมาคมฯ ความรู้ในเรื่องรังสีรักษา เคมีบำบัด ยาฮอร์โมน โรคมะเร็ง และการแพทย์แบบต่าง ๆ รวมทั้งข่าวสารที่เกี่ยวข้องที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งบุคลากรทางด้านรังสีวิทยา และประชาชนโดยทั่วไป ที่สามารถศึกษาข้อมูลความรู้ได้อย่างง่ายๆ โดยเราได้จัดระบบการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกต่อทุกกลุ่มผู้ใช้ และคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นสำคัญ
ผลตอบรับหลังจากเว็บไซต์สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย ได้ถูกเผยแพร่เป็นอย่างไร
ช่วงแรกก็ไม่ค่อยหวังอะไรมาก เพราะสมาคมฯของเราเป็นสมาคมเล็กๆ แต่เมื่อเห็นจำนวนคนเข้ามาอ่าน วันหนึ่งหลายร้อยคน ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน และผมคิดว่า การที่มีผู้อ่านเข้ามาเกินจำนวนที่คาดหมายนั้น เพราะมีข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์กับทุกคน แต่ส่วนอื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลเฉพาะด้านก็มีบริการไว้สำหรับกลุ่มแพทย์และเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็น่าจะเข้ามาอ่านจำนวนหนึ่งเช่นกัน เช่น สถิติ เอกสารการประชุมวิชาการ วารสารของสมาคมฯ ซึ่งผมก็ได้เรียนท่าอาจารย์พวงทอง ท่านก็ดีใจกันครับว่าเราได้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จริง ๆ
เหตุใดจึงเลือกสร้างเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่เรื่องของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย กับ Portal.in.th
ในช่วงเริ่มต้นจะพัฒนาเว็บฯ ผมก็คิดจะจ้างบริษัทเอกชนทำเหมือนกัน แต่ได้มาปรึกษาอาจารย์ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการระบบออนไลน์เพื่อการจัดการความรู้สุขภาวะ ผู้พัฒนาเว็บท่า Portal.in.th มารู้ว่าทางอาจารย์กำลังพัฒนา Portal อยู่พอดี ถือว่าโชคดีมาก เรื่องของความประหยัดก็เป็นเรื่องหนึ่ง เพราะเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่อันที่จริงมีอะไรมากกว่านั้น ผมคิดว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้พัฒนาไปด้วยกัน อาจารย์ธวัชชัยพัฒนาโครงสร้างและระบบรองรับ ผมพัฒนาเว็บฯ ผมอยากให้เว็บรูปแบบเป็นยังไงผมก็บอก ทางโน้นก็ทำให้ ผมชอบงานลักษณะแบบนี้มากกว่า จึงนำไปเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ซึ่งทุกคนต่างก็เห็นด้วย
อีกเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นข้อได้เปรียบตามที่อาจารย์ธวัชชัยแนะนำก็คือ ระบบ archives ที่จะเก็บหน้าเว็บของเก่า ๆ เอาไว้ ไม่ให้ถูกทิ้งไปเมื่อเปลี่ยนคนทำหรือบริษัทครับ
วิธีการสร้างเว็บไซต์ของสมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย ใน Portal.in.th มีความยากง่าย อย่างไร และมีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง
ส่วนตัวผมเองไม่มีพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ แต่เคยลองทำเว็บเองสมัย tripod หลังจากนั้นก็ห่างหายไป ไม่ค่อยได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องประเภทนี้อีกเลย จนกระทั่งมาใช้ G2K ผมสรุปให้ได้เลยว่า ถ้าผมสามารถพัฒนาเว็บศูนย์รวมด้วยตนเองได้ ใคร ๆ ก็น่าจะทำได้ ตอนนี้ผมมีน้องมาช่วยผมทำ เขาไม่เคยทำมาก่อน ผมสอนเขาวันเดียวก็ทำได้เลย
ส่วนเรื่องข้อเสนอแนะ ผมคิดว่า อยากจะให้ลองทำด้วยตนเองดู อาจจะไม่คุ้นเคยช่วงแรกเท่านั้น อาจจะหนืดๆ หน่อย แต่หากเริ่มพอทำได้แล้วก็วิ่งฉิวครับ
สิ่งที่อยากจะฝากถึงผู้อ่านและสมาชิก Portal.in.th
เรื่องที่จะฝาก เริ่มที่ถึงผู้อ่านก่อนนะครับ ผมว่าปัจจุบันมันมีเว็บศูนย์รวมและข้อมูลข่าวสารมากมาย เราจึงต้องควรรู้ว่าอะไรเป็นขยะ อะไรเชื่อถือได้ เมื่อผมสอนนักเรียนแพทย์ เราก็จะสอนให้เขารู้ว่าจะดูเอกสารอ้างอิงว่ามันเชื่อถือได้หรือไม่ ต้องตรวจสอบที่ไหน อย่างไร เว็บศูนย์รวมก็เหมือนกันครับ ถ้าเป็นเว็บของหน่วยงานราชการ สมาคมฯ หรือองค์กรด้านต่างๆ ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก็สามารถเชื่อถือได้ ส่วนที่ให้ข้อมูลไปมีโฆษณาขายสินค้าไปด้วย บางครั้งก็แอบแฝงแบบที่ผู้บริโภคไม่รู้ตัวเลย ว่าได้รับการจูงใจไปแล้ว และที่สำคัญหากเราอ้างอิงข้อมูลเหล่านั้น ผู้ที่ฟังจากเราก็จะรับข้อมูลผิด ๆ ตามกันไปเป็นทอด ๆ ดังนั้น ก่อนจะอ่านต้องดูว่า เว็บนั้นของใคร มีใครสนับสนุน เขาได้ประโยชน์จากการให้ข้อมูลที่ดูดีพวกนั้นหรือไม่ และหากนำข้อมูลนั้นไปบอกต่อ ก็ควรแจ้งด้วยครับว่าอ้างอิงมาจากไหน การอ้างข้อมูลผิด เป็นภัยต่อสังคมครับ
สำหรับสมาชิก Portal ผมคิดว่าการที่เราใช้ระบบ Portal.in.th ในการทำเว็บ ก็เท่ากับเราสามารถตัดปัญหาเรื่องงบประมาณ ซึ่งบางหน่วยงานมีข้อจำกัดเรื่องนี้ เว็บฯ ของเราจึงเป็นเว็บฯ ที่ปลอดการแสวงหาผลประโยชน์ได้ เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาของประชาชน อีกอย่างก็อยากให้ลงมือทำดู ไม่ทำไม่รู้หรอกครับ










